วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2558

บทที่3 อินเทอร์เน็ตกับการตลาด

เรื่องที่1 รู้จักกับอินเทอร์เน็ต



อินเทอร์เน็ต หมายถึง เครือข่ายคอมพิวเตอร์นานาชาติที่มีสายตรงต่อไปยังสถาบันหรือหน่วยงานต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้รายใหญ่ทั่วโลก ผ่านโมเด็ม (modem) คล้ายกับ Compuserve ผู้ใช้เครือข่ายนี้สามารถสื่อสารถึงกันได้ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) สามารถสืบค้นข้อมูลและสารสนเทศ รวมทั้งคัดลอกแฟ้มข้อมูล และโปรแกรมบางโปรแกรมมาใช้ได้ อย่างไรก็ตาม มีผู้เปรียบเทียบว่า อินเทอร์เน็ตเป็นเหมือนทางหลวงระหว่างประเทศ แต่ละประเทศจะต้องมีถนนเข้ามาเชื่อมต่อเข้าไปในประเทศ กล่าวคือ จะต้องมีเครือข่ายภายในรับช่วงต่ออีกทอดหนึ่ง (เช่น ไทยมี Chulanet, KSC , Infonews เป็นต้น ) มิฉะนั้นก็จะใช้ไม่ได้ผล

เรื่องที่2 การบริการบนอินเทอร์เน็ต


1. เวิลด์ไวด์เว็บ (WWW) เวิลด์ไวด์เว็บ หรือเครือข่ายใยแมงมุม เหตุที่เรียกชื่อนี้เพราะว่าเป็นลักษณะของการเชื่อมโยงข้อมูล จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเรื่อยๆ เวิลด์ไวด์เว็บ เป็นบริการที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในการเรียกดูเว็บไซต์ต้องอาศัยโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ (web browser) ในการดูข้อมูล เว็บเบราว์เซอร์ที่ได้รับความนิยมใช้ในปัจจุบัน เช่น โปรแกรม Internet Explorer (IE) , Netscape Navigator

                2 จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail) การติดต่อสื่อสารโดยใช้อีเมลสามารถทำได้โดยสะดวก และประหยัดเวลา หลักการทำงานของอีเมลก็คล้ายกับการส่งจดหมายธรรมดา นั้นคือ จะต้องมีที่อยู่ที่ระบุชัดเจน ก็คือ
อีเมลแอดเดรส (E-mail address)
องค์ประกอบของ e-mail address ประกอบด้วย
1. ชื่อผู้ใช้ (User name)
2. ชื่อโดเมน
Username@domain_name
การใช้งานอีเมล สามารถแบ่งได้ดังนี้ คือ
1. Corporate e-mail คือ อีเมล ที่หน่วยงานต่างๆสร้างขึ้นให้กับพนักงานหรือบุคลากรในองค์กรนั้น เช่น u47202000@dusit.ac.th คือ e-mail ของนักศึกษาของสถาบันราชภัฏสวนดุสิต เป็นต้น
2. Free e-mail คือ อีเมล ที่สามารถสมัครได้ฟรีตาม web mail ต่างๆ เช่น Hotmail, Yahoo Mail, Thai Mail และ Chaiyo Mail

3. บริการโอนย้ายไฟล์ (File Transfer Protocol) เป็นบริการที่เกี่ยวข้องกับการโอนย้ายไฟล์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต การโอนย้ายไฟล์สามารถแบ่งได้ดังนี้ คือ
1. การดาวน์โหลดไฟล์ (Download File ) การดาวน์โหลดไฟล์ คือ การรับข้อมูลเข้ามายังเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ ในปัจจุบันมีหลายเว็บไซต์ที่จัดให้มีการดาวน์โหลดโปรแกรมได้ฟรีเช่น www.download.com
2. การอัพโหลดไฟล์ (Upload File) การอัพโหลดไฟล์คือการนำไฟล์ข้อมูลจากเครื่องของผู้ใช้ไปเก็บไว้ในเครื่องที่ให้บริการ (Server) ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เช่น กรณีที่ทำการสร้างเว็บไซต์ จะมีการอัพโหลดไฟล์ไปเก็บไว้ในเครื่องบริการเว็บไซต์ (Web server ) ที่เราขอใช้บริการพื้นที่ (web server) โปรแกรมที่ช่วยในการอัพโหลดไฟล์เช่น
FTP Commander

บริการสนทนาบนอินเทอร์เน็ต (Instant Message) การสนทนาบนอินเทอร์เน็ตคือ การส่งข้อความถึงกันโดยทันทีทันใด นอกจากนี้ยังสามารถส่งสัญลักษณ์ต่างๆ อาทิ รูปภาพ ไฟล์ข้อมูลได้ด้วย การสนทนาบนอินเทอร์เน็ตเป็นโปรแกรมที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน โปรแกรมประเภทนี้ เช่น โปรแกรม ICQ (I seek you) MSN Messenger, Yahoo Messenger เป็นต้น

บริการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต
1. Web directory คือ การค้นหาโดยการเลือก Directory ที่จัดเตรียมและแยกหมวดหมู่ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว website ที่ให้บริการ web directory เช่น www.yahoo.com, www.sanook.com
2. Search Engine คือ การค้นหาข้อมูลโดยใช้โปรแกรม Search โดยการเอาคำที่เราต้องการค้นหาไปเทียบกับเว็บไซต์ต่างๆ ว่ามีเว็บไซต์ใดบ้างที่มีคำที่เราต้องการค้นหา website ที่ให้บริการ search engine เช่น www.yahoo.com, www.sanook.com, www.google.co.th, www.sansarn.com
3. Metasearch คือ การค้นหาข้อมูลแบบ Search engine แต่จะทำการส่งคำที่ต้องการไปค้นหาในเว็บไซต์ที่ให้บริการสืบค้นข้อมูลอื่นๆ อีก ถ้าข้อมูลที่ได้มีซ้ำกัน ก็จะแสดงเพียงรายการเดียว เว็บไซต์ที่ให้บริการ Metasearch เช่นwww.search.com, www.thaifind.com

เรื่องที่3 อินเทอร์เน็ตกับการตลาด


อินเทอร์เน็ตกับการตลาด
  1. เป็นการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายในลักษณะเฉพาะเจาะจง (Niche Market)
  2. เป็นลักษณะเป็นการสื่อสารแบบ 2 ทาง (2 Way Communication)
  3. เป็นรูปแบบการตลาดแบบตัวต่อตัว (One to One Marketing หรือ Personalize Marketing) ที่ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายสามารถกำหนดรูปแบบสินค้าและบริการได้ตามความต้อง การของตนเอง
  4. มีการกระจายไปยังกลุ่มผู้บริโภค (Dispersion of Consumer)
  5. เป็นกิจกรรมที่นักการตลาดสามารถสื่อสารไปยังทั่วทุกมุมโลก ตลอด 24 ชั่วโมง (24 Business Hours)
  6. สามารถติดต่อสื่อสาร โต้ตอบ ปฏิสัมพันธ์ได้อย่างรวดเร็ว (Quick Response)
  7. มีต้นทุนต่ำแต่ได้ประสิทธิผล สามารถวัดผลได้ทันที (Low Cost and Efficiency)
  8. มีความสัมพันธ์กับกิจกรรมการตลาดแบบดั้งเดิม (Relate to Traditional Marketing)
  9. มีการตัดสินใจในการซื้อจากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ (Purchase by Information)

เรื่องที่4 การโปรโมตเว็บไซต์


การโปรโมทเว็บไซต์นี้ เป็นขั้นตอนที่เกิดขึ้นหลังจากคุณเขียนเว็บเสร็จแล้ว
ศึกษาเพิ่มเติมในหัวข้อ เขียนเว็บอย่างไรให้โดนใจผู้อ่าน และ Search engines จากเว็บไซต์ช่วยเหลือของ SimpleDifferent

เริ่มจากคำแนะนำเบื้องต้น เรื่องการสร้างเว็บไซต์ให้รองรับการทำงานของเครื่องมือค้นหา (Search Engine) เพื่อช่วยให้กลุ่มผู้เข้าชมเป้าหมาย ค้นหาเว็บไซต์ของคุณเจอ
  • การเขียนเนื้อหาต้นฉบับ
  • การจัดการเนื้อหาให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  • สร้างลิงค์เชื่อมโยงในเว็บคุณ
  • การเปิดใช้เครือข่ายออนไลน์ บนเว็บคุณ
ต่อไปเป็น การใช้เว็บไซต์อื่นเป็นเพื่อช่วยโปรโมทเว็บคุณ
  • สร้างลิงค์ที่เว็บไซต์อื่น แล้วเชื่อมโยงมายังเว็บไซต์คุณ
  • การใช้ Facebook และสังคมออนไลน์อื่นๆ(ถึงแม้ว่าคุณจะไม่มี บัญชีผู้ใช้ ก็ตาม)
  • การใช้ Flickr และ เว็บไซต์อื่นๆสำหรับแบ่งปันรูปภาพลิขสิทธิ์ 
  • การส่งที่อยู่เว็บไซต์ เข้าสู่สารบัญเว็บไซต์ต่างๆ
สุดท้ายเป็นคำแนะนำเกี่ยวกับ การโปรโมทเว็บไซต์ขั้นสูง ที่ใครๆก็สามารถอ่านเข้าใจได้ง่ายๆ
  • การโฆษณากับ Google (Google Adwords) 
  • การระบุตำแหน่งธุรกิจคุณ กับ Google (Google Place) 
เลือกอัพเกรด Pro  กับ SimpleDifferent เพื่อสิทธิประโยชน์อื่นๆและรับเครื่องมือช่วยโปรโมทเว็บของคุณ
  • ดูข้อมูลเพิ่มเติม และสิทธิประโยชน์ทั้งหมดที่คุณจะได้รับจากการอัพเกรดโปร
เรื่องที่5 การโปรโมตผ่านเว็บไดเรกทอรี่ Yahoo

เว็บไดเร็คทอรี่กับการเพิ่มลิงค์ในปัจจุบัน ถ้าหากมองเว็บไดเร็คทอรี่ในวันนี้กับเมื่อก่อนเราจะเห็นความแตกต่างกันค่อนข้างมาก ทั้งนี้เพราะเว็บไดเร็คทอรี่ในปัจจุบันเน้นการเรียกเก็บเงินหรือแลกลิงค์กลับกันมากกว่าที่จะเปิดให้บริการฟรี เพราะการแข่งขันที่สูงขึ้นในแวดวงการทำ SEO ดังนั้นจึงมีผู้สร้างเว็บไซต์หลายคนยอมที่จะชำระค่าบริการเพื่อแลกกับการได้ลิงค์ที่มีคุณภาพกลับสู่เว็บไซต์ของตนแทนที่จะรอการอนุมัติหรือต้องติดลิงค์กลับให้กับทางเว็บไดเร็คทอรี่ที่เปิดให้บริการ
เว็บไดเร็คทอรี่กับความสำคัญในด้านการทำ SEO
ปัจจุบันการทำ seo เพื่อแข่งขันกันใน search engine ได้มีการแข่งขันกันมากกว่าแต่ก่อนทั้งนี้เพราะเว็บที่เกิดขึ้นมาในแต่ละวันมีจำนวนมากกว่าแต่ก่อนหลายเท่าตัว การหาลิงค์ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องการสำหรับการทำ seo เว็บไดเร็คทอรี่ก็ยังคงเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับนักทำ seo เพราะสามารถหาได้ง่าย และลิงค์ถูกเก็บได้นานกว่าการสร้างลิงค์ในแบบอื่นๆ
อะไรคือสิ่งที่ทำให้เว็บไดเร็คทอรี่มีความสำคัญอยู่เสมอแม้ว่าในยุคนี้จะมีผู้คนส่วนใหญ่หันไปใช้บริการ search engine ดังๆอย่าง google เสียเป็นส่วนใหญ่ นั่นก็เพราะการสร้างเว็บกลไกสำคัญที่จะทำให้เว็บมีคนรู้จักเยอะก็คือการโปรโมท ซึ่งการโปรโมทก็มีมากมายหลายวิธี คงไม่มีใครที่ทำเว็บแล้วดังได้ถ้าขาดการนำเว็บไป submit เข้าสู่เว็บไซต์อื่นๆ เว็บไดเร็คทอรี่ก็ทำหน้าที่เปรียบดุจเว็บท่าซึ่งพาผู้โดยสารข้ามไปยังเว็บมากมายที่อยู่ในสารบัญเว็บเหล่านั้น แต่ผู้โดยสารในที่นี้เราจะรวมทั้งผู้ที่สนใจเข้ามาค้นหา และบอทซึ่งเป็นเครื่องมือหนึ่งจาก search engine ที่เข้ามาสำรวจเก็บข้อมูลและมันจะไต่ต่อไปยังเว็บต่างๆทั้งหมดที่มีอยู่ในเว็บไดเร็คทอรี่นั้นๆ

คำศัพท์ทางการตลาด


. Bottom up   ระบบการบริหารจัดการแบบให้คนงานจากข้างล่างสุดมีส่วนในการเสนอแนะว่าปรับปรุงงานอย่างไร แทนที่จะให้ผู้บริหารเป็น ผู้สั่งจากบนลงล่าง (to down) แบบเก่าวิธีนี้มักให้ผลดี

2. Brainstorming  กระบวนการแก้ปัญหาโดยวิธีการอภิปรายร่วมกันเป็นกลุ่มให้แนวทางต่าง ๆ ให้มากที่สุดภายในระยะเวลาอันสั้น ความคิดต่าง ๆ จะจดบันทึกไว้และนำมาประเมินคุณค่าภายหลัง

3. Budget งบประมาณ ประมาณการรายได้และรายจ่ายขององค์กรหรือประเทศสำหรับช่วงเวลาหนึ่งในอนาคต เช่น งบประมาณปีถัดไป

4. Budgetary control  ระบบบริหารธุรกิจที่ใช้การตั้งงบประมาณรายได้รายจ่ายสำหรับการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆหลังจากนั้นจึงเอารายได้รายจ่ายจากการดำเนินงานจริง ๆ มาเปรียบเทียบกับการคาดการณ์ดังกล่าว

5. Business administrationสาขาวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับการควบคุม, การชี้นำหรือการบริหารจัดการขององค์กรทางธุรกิจ

6. Business cycleวัฏจักรหรือวงจรทางธุรกิจ ช่วงที่เปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ระหว่างช่วงธุรกิจที่เฟื่องฟูกับซบเซา

7. Business planแผนธุรกิจ แผนที่เตรียมโดยผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อเสนอต่อผู้ลงทุน โดยการอธิบายแนวความคิดใหม่ทางธุรกิจ และข้อมูลเบื้องต้นในเรื่องการตลาด การหาทุน และการดำเนินการเพื่อชี้ให้เห็นว่าทำไมจึงเป็นโครงการที่น่าสนใจที่จะลงทุน
8. Capital budgetingการวางแผนการลงทุนที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนในอนาคต

9. Capitalismระบบทุนนิยม ระบบเศรษฐกิจที่มีพื้นฐานอยู่ที่การที่เอกชนหรือนายทุนเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตและการจำหน่ายเพื่อแสวงหากำไรสูงสุด โดยการแข่งขันกันในตลาดเสรี

10. Cash flow  กระแสเงินสด


บทที่2 รูปแบบการตลาดอิเล็กทรอนิกส์

เรื่องที่1 ระบบสนับสนุนการตลาดอิเล็กทรอนิกส์


 ผู้ประกอบการที่มีความคิดก้าวหน้าย่อมไม่สามารถมองข้ามสิ่งสนับสนุนเหล่านี้ได้แต่พยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้เข้มแข็งมากขึ้นตามลำดับ ดดยสิ่งที่เป็นตัวสนับสนุนให้การทำการตลาดอิเล็กทรอนิกส์มีความคล่องตัวมากขึ้นในการทำธุรกรรมขอนำเสนอดังนี้
1.TPSP (Transaction processing Service Provider)
หมายถึงหน่วยงานหรือองค์กรที่พัฒนาโปรแกรมเกี่ยวกับการอำนวยการในการทำธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ เช่น โปรแกรมประมวลผลชำระค่าสินค้า,ระบบการตัดเงินจากบัตรเครดิต
2.MERCHANT
หมายถึงการที่ผู้ประกอบการร้านค้าเปิดร้ายขายจองโดยเปิดเว็บไซตฺหรือเว็บบล็อก เพื่อให้ง่ายเเละสะดวกต่อการทำธุรกรรม เช่น การชำระสินค้า
3.CUSTOMER
ลูกค้าหรือผู้บริโภคเป็นผู้สำคัญที่สุดในธุรกิจ ถ้าธุรกิจไม่มีลูกค้าย่อมไม่สามารถดำรงธุรกิจอยู่ได้
4.BANK
ธนาคารเป็นหน่วยงานที่อำนวยการความสะดวกในธุรกรรมทางการเงินทั่วไป
5.Internet Service Provider
หมายถึง หน่วยงานหรือองค์กรทางธุรกิจที่ทำหน้าที่ให้การบริการเชื่อมต่อ เชื่อมโยงการสื่อสารกันทางระบบออนไลน์ให้กับหน่วยธุรกิจ

เรื่องที่2 การทำธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์




ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Business; เขียนแบบย่อ E-Business) คือ กระบวนการหรือขั้นตอนในการดำเนินธุรกิจ โดยอาศัยเทคโนโลยีเครือข่ายที่เรียกว่าว่าองค์กรเครือข่ายร่วม ในการดำเนินงานเพื่อให้เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำธุรกิจมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีนี้จะใช้การติดต่อสื่อสารระหว่างกันผ่านช่องทางโครงข่ายโทรคมนาคมจุดมุ่งหมายในการทำธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ นั้นคือ เพื่อสร้างคุณค่าทางธุรกิจมากขึ้นและลดต้นทุนการทำธุรกิจโดยการอาศัยแรงงานคนที่น้อยในการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ช่วยให้องกรค์ภายนอกและภายในมีการดำเนินงานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม E- Business อาจไม่จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตหรือเว็บเสมอไป เพียงแต่กระแสความนิยมของอินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทต่อวิถีชีวิตของมนุษย์มากยิ่งขึ้น จึงทำให้องค์กรต่างๆ นำ E- Business มาใช้ในช่องทางในการขยายขอบเขตของการดำเนินธุรกิจกันมากยิ่งขึ้น

เรื่องที่3 เพล์พาล (PayPal)




PayPal มีหลายความหมายมากเหลือเกิน ทั้งเป็นบริการธนาคารออนไลน์ , บริการชำระเงินออนไลน์บ้าง , กระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์ แต่โดยสรุปแล้ว Paypal คือ บริการ ที่ผู้ใช้ทั้งบุคคลธรรมดาและภาคธุรกิจใช้เป็นช่องทางส่งและรับเงินออนไลน์ เปรียบเสมือนธนาคารและกระเป๋าสตางค์ออนไลน์ ที่สามารถโอนเงินจากบัญชี PayPal ของเรา ไปยังบัญชี PayPal รายอื่นได้ และใช้เป็นช่องทางในการซื้อสินค้า และบริการออนไลน์ต่างๆ ทางเว็บไซต์ที่มีปุ่มสัญลักษณ์ Paypal อยู่
ซึ่งข้อดีของการมีบัญชี Paypal คือ

-กรณีสมัครบัญชี PayPal บุคคลทั่วไป 
สามารถชำระเงินโดยใช้บัตรเครดิต บัตรเดบิตหรือบัญชีธนาคารของเรา 
ซื้อสินค้าได้อย่าง ปลอดภัย ไม่ต้องเปิดเผยหมายเลขบัตรเครดิตหรือข้อมูลทางการเงิน เพียงแค่ใช้บัญชีPayPal นั่นคือ อีเมล์ของคุณนั่นเอง 
โดยการซื้อสินค้าด้วย PayPal ในเว็บ eBay และร้านค้าออนไลน์หลายพันแห่ง ทั่วโลก ที่มีสัญลักษณ์ PayPalและช่องทางการชำระเงินรองรับทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิต และฝากบัญชีธนาคาร 


-กรณีสมัครบัญชี PayPal ธุรกิจ 
ระบบบนี้รับชำระเงินผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัญชีธนาคารโดยมี ค่าธรรมเนียมในการทำรายการต่ำ 
ใช้ PayPal ในเว็บไซต์ของคุณได้ในไม่กี่นาที โดยไม่ต้องหยุดให้บริการ 
เข้าถึง ฐานผู้ใช้งาน ที่เป็นนักช้อปตัวจริงหลายล้านคน และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ 
มีค่าธรรมเนียมในการรับเงินเล็กน้อย ยิ่งขายได้เยอะยิ่งค่าธรรมเนียมยิ่งถูก 

วิธีใช้ Paypal
หากคุณเห็นว่าเว็บนั้นรองรับการชำระเงินผ่านทาง PayPalละก็ นั่นหมายความว่าคุณสามารถใช้บัญชี Paypal ในการชำระเงินได้ ซึ่งช่องทางยอดนิยมในการใช้คู่กับ PayPalคือ บัตรเดบิต และบัตรเครดิต นั่นเอง ดังนั้นใครไม่มีบัตรเครดิตแต่มีบัตรเดบิต ก็สามารถซื้อสินค้าจากเว็บต่างประเทศและชำระผ่านทาง Paypal ได้ โดยจะตัดผ่านบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตของคุณ


เรื่องที่4 บล็อก (Blog)




บล็อก (Blog) คือเว็บไซด์รูปแบบหนึ่ง ที่มีลักษณะรูปร่างหน้าตาคล้ายๆกับการเขียนไดอารี่ หรือ บันทึกส่วนตัว ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากในปัจจุบัน เนื่องจากเราใช้ฟรี ไม่ต้องเสียเงิน
- คำว่า "Blog" มาจากคำเต็มว่า "Weblog" (ตัด We ทิ้ง คงเหลือแต่ blog) ซึ่งโดยนัยแล้วหมายถึง การบันทึกข้อมูล(Log) บน เว็บ(Web) นั่นเอง 
- โดยผู้ที่เขียนบล๊อกเป็นอาชีพ จะถูกเรียกกันว่า "บล็อกเกอร์" (Blogger
- จุดเด่นที่สำคัญของ Blog คือ จะมีระบบที่ผู้อ่านและผู้เขียนสามารถแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนกันได้ โดยผ่านทางระบบ Comment ของบล๊อก

Blog ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

ทำBlog เป็นเว็บไซด์ส่วนตัว เพื่อแชร์ข้อมูลส่วนตัวให้กับผู้อื่นๆ เช่น บันทึกไดอารี่ 
เขียนBlog เพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ นำเสนอสิ่งที่ตนเองรู้ หรือสิ่งที่ตนเองสนใจ เพื่อแบ่งปันให้กับผู้อื่น
สร้างBlog ทำเป็นเว็บไซด์เพื่อใช้ในการโปรโมทธุรกิจ ร้านค้า บริการต่างๆ
ใช้Blog ในการทำธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ (E-Commerce)
- นอกจากนี้ Blog ยังเป็นช่องทางหนึ่งที่นิยมใช้กับเพื่อหารายได้จาก Internet Marketing

เรื่องที่5 อีเบย์ (eBay)





www.ebay.com เป็นเว็บไซด์ E-Commerce ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2538 ปรัชญาธุรกิจของ ebay ที่กล่าวว่า “ธุรกิจของเราเริ่มต้นจากความเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเป็นคนดี” ทำให้ eBay พัฒนาระบบ Feedback ที่เป็นเสมือนการการันตีว่าสมาชิกคนนั้น เป็นสมาชิกที่สุจริต และการจูงใจให้สมาชิกใช้ระบบชำระเงินผ่าน PayPal เพื่อป้องกันการทุจริตอีกด้วย
ebay ทำธุรกิจโดยเป็นตัวกลางที่เชื่อมผู้ขายกับผู้ซื้อเข้าด้วยกัน และการมี ebay เป็นตัวกลางระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ ในบางครั้งจะสามารถลดต้นทุนทั้งของผู้ขาย และผู้ซื้อได้ เหมาะสมกับยุคสมัยสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ลงทุนน้อย มีผู้ซื้อผู้ขาย มากกว่า 200 ล้านคน ขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยที่คุณไม่ต้องเฝ้าร้าน เพราะคอมพิวเตอร์จะขายสินค้าให้ทันที ที่ลูกค้าซื้อสินค้าเข้ามา
ผู้ขายจะมีต้นทุนค่าวางขายสินค้าผ่าน ebay ที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับการวางขายที่ห้างสรรพสินค้า ทั้งยังสามารถเรียกเก็บเงินจากลูกค้าได้ทันที โดยไม่ต้องให้เครดิต เหมือนการขายผ่านร้านค้าปลีก และผู้ขายสามารถควบคุมปริมาณ และประเภทสินค้าที่ต้องการขายได้เอง
ด้านผู้ซื้อไม่ต้องเสียเวลา และค่าใช้จ่ายเดินทางไปห้าง ผู้ซื้อสามาถค้นหาสินค้าที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้ระบบค้นหาสินค้าของ ebay เปรียบเทียบราคาสินค้า และสอบถามรายละเอียดของสินค้าได้จากผู้ขาย


คำศัพท์ทางการตลาด


1. Certification  การรับรองเอกสารทางการ เช่น การจบหลักสูตรการศึกษาอบรมหรือการให้บริการทางวิชาชีพ

2. Chairman    ประธานกรรมการบริหารขององค์กร

3. Coaching การพัฒนาคุณภาพและทักษะของคนในองค์กร

4. Acquisition  การขยายกิจการแบบเข้าไปซื้อ

5. Added valve  การเพิ่มมูลค่าในสินค้าและบริการจากกระบวนการผลิตหรือการกระจาย ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการใช้กำลังแรงงานเปลี่ยนแปลงวัตถุให้มีมูลค่าสูงขึ้น บางครั้งวัดด้วยส่วนต่างระหว่างรายได้ จากการขายและรายจ่ายของการลงทุนค่าวัตถุดิบและค่าแรง

6. Agent  ตัวแทน หมายถึง บุคคลที่ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนในการซื้อหรือขายหรือในการทำสัญญา

7. Allocation การแบ่งทรัพยากรหรือค่าใช้จ่ายกิจกรรมแต่ละอย่างของ

8. Internal audit การตรวจสอบบัญชีของบริษัทโดยทางบริษัทเป็นผู้ตรวจสอบเอง

9. Investment การลงทุน การนำเงินไปลงทุนเพื่อให้เกิดรายได้เพิ่ม

10. Job description การอธิบายตำแหน่งอย่างละเอียด

บทที่1 ความรู้เบื้องต้นของการตลาดอิเล็กทรอนิกส์

เรื่องที่ความหมายและความเข้าใจของ


                 การตลาด (Marketing) หมายถึง กระบวนการที่จะนำสินค้าและบริการจากแหล่งของผู้ผลิต ไปสู่ผู้บริโภคคนสุดท้ายและสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ สามารถตอบสนองความพึงพอใจและสร้างความประทับใจผู้บริโภคได้มากที่สุดโดยทำกำไรสูงสุดให้แก่องค์กร
                 การตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Marketing) ใหม่เข้ามาสนับสนุน ดดยอาศัยเครือข่ายเทคโนโลยีที่เรียกกันว่า  (Network System) เข้ามาประสมประสานกันอย่างเป็นระบบ โดยโครงข่ายโทรคมนาคม (Telecomunication Network)

                การทำการตลาดอิเล็กทรอนิกส์ เป็นกิจกรรมที่มีการสื่อสารแบบ2ทาง 2way com-munication หมายถึง กิจกรรมที่นำเสนอออกไปยังกลุ่มเป้าหมาย และกลุ่มเป้าหมายนั้นทำกิจกรรมตอบกลับมา เช่น นักการตลาดส่ง sms ไปหาลูกค้าว่าสามารถดาวดหลดริงโทนเพลงดังจากละครได้ฟรี แล้วลูกค้าสนใจก็จะส่ง sms  ไปโหลดเพลงดังกล่าวมาไว้ในมือถือ เป็นต้น


เรื่องที่2 ลักษณะการตลาดอิเล็กทรอนิกส์
    1.การตลาดที่เป็นตลาดเจาะจง(niche market) คือลูกค้าที่มีเว็บไซต์มีเป้าหมายในใจอยู่แล้วว่าต้องการ       อะไรต้องการหาข้อมูลหรือสินค้าที่ใหน
    2.แบ่งส่วนลูกค้าตามพฤติกรรม behavioral segmentation คือพิจารณาจากพฤติกรรมลูกค้า ในการบริโภค  อุปโภคของลูกค้าว่าสนใจต่อสินค้าหรือบริการใด
    3.การตลาดแบบถึงตัว personalize marketing คือวิธีที่ลูกค้าจะกำหนดรูปแบบหรือวิธีการรับบริการหรือ    สินค้าเอง
    4.การทำการตลาดแบบนี้มีลูกค้าสามารถเข้าถึงได้จากทั่วโลก
    5.สามารถมีการแลกเปลี่ยนซื้อขายกันได้ตลอด 24ชม.
    6.เป็นการทำธุรกิจที่สะดวกและต้นทุนต่ำ
    7.สินค้าบางประเภทลูกค้าสามารถดาวโหลดไปใช้ได้เลยเช่น เพลง ภาพยนต์


เรื่องที่3 ส่วนผสมทางการตลาด


1. product ผลิตภันฑ์ในการนำเสนอลูกค้าบนเว็บไซต์หรือร้านค้าระบบออนไลน์ที่มีอยู่จริง เช่น ลักษนะ รูปร่าง ราคา ขนาด เป็นต้น
2.services product ผลิตภันฑ์บริการ เป็นสินค้าที่ไม่สามารถจับต้องได้หรือบริการ
3.haed product  ผลิตภันฑ์หนัก ผู้จำหน่ายมีร้านค้าปกติอยู่แล้ว แต่อยากให้เกิดความรู้จักและแพร่หลายในตลาดเป็นวงกว้าง โดยนำสินค้ามาเปิดร้านค้าออนไลน์ป่านเว็บไซต์
4.price ราคา คือ การกำหนดราคาสินค้าของเจ้าของกิจการเอง
5.place สถานที่ จะแตกต่างจากร้านค้าทั่วไปเพราะไม่สารถสัมผัสได้ แต่สามารถเข้าไปหาข้อมูลเลือกซื้อได้
6.promotion การส่งเสริมการขายผู้ประกอบการต้องศึกาาความเป็นธรรมชาติของระบบและพฤติกรรมของลุกค้าที่จะดฆษณาให้ลึกซึ้ง เช่น ชื่อเว็บ การใช้คำ สี
7.social network เครือข่ายสังคม คือสังคมที่มีการสื่อสารแล้วเกิดการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆที่ถูกส่งออกไป
8.ระบบป้องกันความปลอดภัย จำเป็นค้องมีการป้องกัน รักษาข้อมูลในการโจรกรรมข้อมูลของลูกค้าไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบจนทำให้เกิดความเสียหาย


เรื่องที่4 การบริการลูกค้า


การบริการ คือ การให้ความช่วยเหลือหรือการดำเนินการเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นการบริการที่ดีผู้รับบริการจะได้รับความประทับใจและเกิดความชื่นชมองค์กร อันเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่องค์กรเบื้องหลังความสำเร็จของทุกงาน มักจะมีงานบริการเป็นเครื่องมือในการสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นงานประชาสัมพันธ์งานบริการวิชาการต่างๆ ตลอดทั้งความร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจจากเจ้าหน้าที่ทุกระดับซึ่งจะต้องช่วยกันขับเคลื่อนพัฒนางานบริการให้มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ 


เรื่องที่5 ระบบการป้องกันความปลอดภัย

ระบบการรักษาความปลอดภัยมุ่งเน้นที่การคุกคาม

การเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ เรียกใช้โซลูชันการรักษาความปลอดภัยแบบแบ่งส่วน รองรับโครงสร้างการคุกคามแบบไดนามิกและซับซ้อน สำหรับรูปแบบการรักษาความปลอดภัยใหม่
เพื่อรองรับความท้าทายสำหรับการรักษาความปลอดภัยที่ครอบคลุมกว้างยิ่งขึ้นในทุกวันนี้ องค์กรต้องการแนวทางที่มุ่งเน้นไปที่การคุกคาม เป็นแนวทางที่ปรับขนาดได้ และใช้งานง่าย เพื่อรักษาความปลอดภัยได้ในทุกระดับ – ทั้งก่อนหน้า ในระหว่าง และหลังการโจมตี
ก่อนการโจมตี คุณต้องการระบบที่ช่วยให้คุณสามารถตระหนักและสอดส่องระบบได้อย่างทั่วถึง สำหรับระบบเครือข่ายที่มีการขยายขอบเขต เพื่อให้คุณสามารถกำหนดใช้นโยบายและควบคุมเพื่อป้องกันการโจมตี
ในระหว่างการโจมตี สามารถตรวจพบมัลแวร์และบล็อกการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
หลังการโจมตี คุณต้องการระบบที่สามารถแสดงผลของการโจมตี โดยระบุได้ถึงตำแหน่งเปิด ขอบเขต การคุกคาม ป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดซ้ำ และการแก้ไขปัญหา
รูปแบบระบบการรักษาความปลอดภัยมุ่งเน้นที่การคุกคามของ Cisco สร้างขึ้นมาเพื่อให้สามารถระบุได้ถึงความท้าทายในการรักษาความปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ ครอบคลุมการโจมตีต่างๆ และลดช่องว่างและความซ้บซ้อนในการรักษาความปลอดภัยที่มีสาเหตุมาจากผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่มีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก
ผลิตภัณฑ์ของ Cisco พร้อมโซลูชันการรักษาความปลอดภัยบนไซเบอร์ตามแพลตฟอร์มนำเสนอประโยชน์เหล่านี้

คำศัพท์ทางการตลาด
1. Arbitrage  การหากำไรจากส่วนต่างของราคาของหลักทรัพย์ เงินตราหรือสินค้าในตลาดต่างกัน โดยสั่งซื้อในตลาดที่ราคาต่ำกว่าและส่งขายในราคาที่สูงกว่า

2. Attrition  การลดจำนวนพนักงาน อันเนื่องมาจากการลาออกปลดออก ปลดเกษียณ โยกย้าย

3. Authority  อำนาจตามกฎหมายซึ่งผูกติดอยู่กับฐานะตำแหน่งลำดับชั้น
4. Behavioral approach  ทฤษฎีการบริหารจัดการที่เน้นการพัฒนาประสิทธิภาพ

5. Benefit (in kind) ผลประโยชน์หรือสวัสดิการที่ให้แก่ลูกจ้าง นอกเหนือจากเงินเดือนหรือค่าจ้าง (fringe benefit)

6. Black Market  ตลาดมืด การซื้อขายสินค้านอกตลาดที่ควบคุมโดยรัฐบาล

ไม่ว่าเป็นการควบคุมราคาหรือควบคุมปริมาณ (การปันส่วน)

7. Blacklist  บัญชีดำ รายชื่อบุคคลหรือองค์การซึ่งถูกถือว่ามีเครดิตไม่ดีเสี่ยงต่อการติดต่อทำธุรกิจด้วย

8. Blue-collar workers  คนงานที่ทำงานในกระบวนการผลิตโดยตรง เช่น คนงานโรงงาน ซึ่งต่างกับ white-collar workers ซึ่งทำงานใน
สำนักงาน

9. Bondพันธบัตรหรือเอกสารที่ผู้ลงนามรับรองว่าจะจ่ายเงินให้ผู้ถือตามระยะเวลาที่กำหนด ตามเงื่อนไขที่กำหนด ผู้ที่ออกอกสารนี้คือ รัฐบาล ธนาคาร รัฐวิสาหกิจ และบริษัท

10. Bonusการให้ผลตอบแทนพิเศษแก่พนักงานประจำงวดหกเดือนหรือ 1 ปี โดยพิจารณาจากผลงานของพนักงานและกำไรขององค์กร บางแห่งก็มีการประกันล่วงหน้าว่า จะให้โบนัสไม่ต่ำกว่าเท่าไหร่ การให้โบนัส เป็นการให้แรงจูงใจผู้ทำงานที่สำคัญวิธีหนึ่ง แต่ก็มีข้อควรคำนึงอยู่บ้างว่า ไม่ควรให้สูงจนบิดเบือนโครงสร้าง เงินเดือนหรือทำให้ผู้บริหารที่ต้องการโบนัสมาก ๆ มุ่งแต่การหากำไรระยะสั้น โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ระยะยาวขององค์กร น้อยกว่าที่ควรเป็น








วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เรื่องที่2 รหัสคิวอาร์(QR Code)คืออะไร ?


รหัสคิวอาร์(QR Code)คืออะไร ?
u  รหัสคิวอาร์ หรือชื่อภาษาอังกฤษที่เรียกว่า (QR Code : Quick Response) ซึ่งในความหมายของคำว่า Quick Response นั้นจะหมายถึง การตอบสนองที่รวดเร็วรหัสคิวอาร์เป็นบาร์โค้ดประเภทบาร์โค้ดเมทริกซ์ (หรือบาร์โค้ดสองมิติ) รหัสคิวอาร์โค้ดถูกคิดค้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ 2537 โดยบริษัทเดนโซ-เวฟซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในเครือของโตโยต้า ต้นกำเนิดของรหัสคิวอาร์มาจากประเทศญี่ปุ่นและถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นรหัสที่มีการอ่านอย่างรวดเร็วและสามารถเก็บความจุได้มากกว่าเมื่อเทียบกับบาร์โค้ดมารฐานในปัจจุบัน และในปัจจุบันรหัสคิวอาร์ได้กลายเป็นที่นิยมในทั่วโลกและในประเทศไทยก็มีให้เห็นอย่างแพร่หลายสามารถพบเห็นได้ทั่วไปไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอาง หรือขนมขบเคี้ยว หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ

u  QR Code ประกอบด้วยโมดูลสีดำ (จุดสี่เหลี่ยม) จัดอยู่ในตารางสี่เหลี่ยมบนพื้นสีขาวซึ่งสามารถอ่านได้โดยอุปกรณ์การถ่ายภาพ (เช่นกล้อง) กล้องที่ติดมากับมือถือสมาร์ทโฟน หรือแม้กระทั้งกล้องเว็บแคม แต่จะต้องมีการติดตั้งโปรแกรมที่ใช้ถอดรหัสรหัสคิวอาร์ ก่อนเช่น QR Code Reader เป็นต้น

เรื่องที่1 เราสามารถสร้างและใช้คิวอาร์โค้ดได้ด้วยตัวเองง่ายๆ


เราสามารถสร้างและใช้คิวอาร์โค้ดได้ด้วยตัวเองง่ายๆ
u  ปัจจุบัน QR Code ถูกนำมาใช้งานเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น ดังนั้นเราจึงสามารถสร้างคิวอาร์โค้ดได้ด้วยตนเองง่ายๆ โดยเลือกใช้งานจากเว็บไซต์ที่มีบริการสร้างคิวอาร์โค้ดให้แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งเว็บไซต์เหล่านี้จะมีบริการให้เรา แปลงข้อความ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ หรือ URL ให้อยู่ในรูปแบบของรหัสคิวอาร์และหลังจากที่ได้คิวอาร์โค้ดแล้วก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้คิวอาร์โค้ดด้วยวัตถุประสงค์อะไร อาทิเช่น การใช้ในด้านการตลาด QR code ช่วยสร้างกระแสอื่นๆ หรือใช้ในการบอกเรื่องราวของตัวผลิตภัณฑ์
แนะนำเว็บในการสร้าง QR Code ฟรี
http://www.qr-code-generator.com/?PID=1108&kw=qr
+code&gclid=Cj0KEQjwnrexBRDNmZzNkf7c4c4BEiQALnlxhaUqaKg_

3TAb17-p_SbEvfmxHOXBaMQ-87Z-ioOo97IaAigl8P8HAQ